สำหรับสายเกมมิ่ง ที่ชอบเล่นแนว FPS โดยเฉพาะ! วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 หูฟังที่มีแล้ว โคตรได้ปรับในเรื่องของการฟังเสียงได้ไกล และแยกเสียงได้ชัดเจน ว่าทีมตรงข้ามอยู่ในทิศทางไหนแบบเฉียบคม หรืจะใช้ฟังเพลงดูหนัง ก็ตอบโจทย์แบบรอบด้าน

ไปเริ่มกันเลยกับตัวแรก ซึ่งบอกก่อนว่า “ชอบตัวที่ 6 เป็นอย่างมากครับ”

1. Beyerdynamic MMX300

จุดเด่น: หูฟังระดับพรีเมียมที่ออกแบบโดยเน้นเสียงคุณภาพสูง เสียงกลางและแหลมมีความคมชัด ทิศทางเสียงมีมิติชัดเจน เหมาะสำหรับการจับตำแหน่งศัตรูในเกม FPS 

ตัวหูฟังทำจากผ้ากำมะหยี่ ใส่แล้วสบาย สามารถใช้ได้ในระยะยาว

ข้อดี:

  • เหมาะกับการใช้งานแบบ Audiophile และเกมเมอร์
  • โครงสร้างแข็งแรง
  • แยกเสียงทิศทางได้อย่างแม่นยำ

ราคา: ประมาณ 8,000 – 10,000 บาท : เรียกว่า สูงเหนือเมฆไปแล้วครับ แต่สำหรับใครที่มีงบก็ถือว่าเป็นตัวที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

หูฟัง

2. Audio-Technica ADG1X

จุดเด่น: หูฟังแบบเปิด (Open-back) ให้เสียงกว้างและโปร่ง จับทิศทางเสียงได้ดีเยี่ยม

ข้อดี : 

  • โครงสร้างเบา สวมใส่สบายตลอดการเล่นเกมยาวนาน
  • เสียงกลางและแหลมมีความชัดเจน
  • ไมโครโฟนคุณภาพสูง สำหรับการสื่อสารในทีม

ราคา: ประมาณ 6,000 – 8,500 บาท

ADG1X

3. Razer Thresher Ultimate

จุดเด่น: หูฟังไร้สายระบบเสียง Dolby 7.1 Surround Sound โดยปะกอบด้วยช่องสัญญาณเสียงทั้งหมด 8 ช่อง ทำให้เสียงสมจริงมากๆครับ รวมถึงกระจายรอบทิศทางอีกด้วย

ในส่วนของความสมจริงก็อย่างเช่น : เสียงพื้นป่า เสียงลมพัดเบาๆ หูฟังรุ่นนี้จะได้ยินทั้งหมดครับ

ข้อดี : 

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 16 ชั่วโมง
  • วัสดุ Memory Foam สวมใส่สบาย
  • เหมาะสำหรับ PS4, PC
  • สัญญาณเสถียร ใช้งานไร้สายได้ไกล

แต่สำหรับ Razer Thresher Ultimate จะมีข้อเสียอยู่ที่ การระบายอากาศที่ไม่ดีมากนักนะครับ ใครที่ใส่เล่นเกมยาวๆ 8-12 ชม. รุ่นนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์มากครับ แต่ถ้าเล่น 3-4 ชม. ก็สามารถเล่นได้แบบชิลๆเลยล่ะครับ


ราคา: ประมาณ 6,000 – 8,000 บาท

razer
logitech

4. Logitech G Pro X

จุดเด่น: ออกแบบโดยความร่วมมือกับนักกีฬาอีสปอร์ต

ข้อดี : 

  • ระบบเสียง DTS Headphone:X 2.0 Surround

สำหรับระบบเสียง DTS Headphone:X 2.0 Surround เป็นเทคโนโลยีช่วยให้การได้ยินรอบทิศทางแบบ 360 องสาครับ รวมถึงมีความถี่สูงต่ำที่สมดุล สามารถแยกได้อย่างชัดเจนว่า ใกล้ ไกล มากน้อยแค่ไหนครับ

  • ไมโครโฟน Blue VO!CE สำหรับเสียงที่คมชัด
  • สวมใส่สบายด้วยวัสดุเมมโมรี่โฟม
  • คุณภาพเสียงระดับโรงภาพยนตร์
  • รองรับการตัดเสียงรบกวน

และข้อดีที่เป็นตัวชูโรงแทบจะทุกผลิตภัณฑ์ของ Logitech เลยคือ ความแข็งแรงทนทานครับ เชื่อว่าสายเกมเมอร์จะต้องรู้กันเป็นอย่างดีแน่นอน เพราะแบรนด์นี้มักจะอยู่ได้นานกว่าเพื่อนนั่นเอง

ราคา: ประมาณ 4,500 – 6,500 บาท

steel

5. SteelSeries Arctis Nova Pro Wireless

จุดเด่น: หูฟังไร้สายระดับท็อป รองรับ Hi-Res Audio และระบบเสียงรอบทิศทาง

ข้อดี : 

  • ระบบ Noise Cancelling สำหรับเสียงรบกวนรอบข้าง
  • แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ (Hot-Swap)
  • ไมโครโฟน ClearCast 2.0

ใครต้องการการตัดเสียงรบกวนแบบขั้นสุด บอกเลยว่า ตัว Nova Pro ตอบโจทย์แน่นอนครับ เพราะแทบจะไม่มีเจ้าไหนเลยที่สามารถทำแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ในตลาดครับ เรียกว่า หากเจ้านี้ทำได้ขนาดนี้ ระบบอื่นๆก็ต้องล้ำและทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ

ราคา: ประมาณ 10,000 – 12,000 บาท

hyperx

6. HyperX Cloud Alpha Wireless

จุดเด่น: มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Chamber Drivers ที่ให้เสียงคมชัดและสมจริง ช่วยแยกเสียงระหว่างเบสและความถี่กลาง-สูงได้ดี เหมาะสำหรับเกม FPS ที่ต้องใช้การฟังเสียงระยะไกล

ข้อดี : 

  • แบตมีความจุสูงมาก มีความจุสูงถึง 300 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้งานยาวนานโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย
  • ได้ยินเสียงรอบทิศ หูฟังรองรับ รองรับ DTS Headphone:X เพื่อเพิ่มมิติในการเล่นเกม
  • ระบบเชื่อมต่อ 2.4GHz ไร้สายช่วยให้สามารถเล่นเกมได้สะดวกจากระยะไกลถึง 20 เมตร โดยไม่ขัดขวางประสบการณ์การเล่นเกม
  • มีโครงสร้างที่เบาและสวมใส่สบายเหมาะสำหรับการเล่นเกมยาวๆ โดยไม่รู้สึกอึดอัด

ใครที่มองหาความคุ้มค่า และได้เทคโนโลยีล้ำในทุกด้าน เรียกว่าถึงจะไม่สุดเต็ม 10 แต่ก็ได้คะแนนถึง 9.5 ไปเลยทุกส่วน แถมราคาน่ารัก สามารถเอื้อมถึงได้ง่าย จะเป็นตัวไหนไปไม่ได้นอกจากรุ่นนี้ของแบรนด์ Hyper X ครับ

ราคา: ประมาณ 5,500 – 7,000 บาท

เปรียบเทียบ HyperX กับรุ่นอื่นๆ

  • Beyerdynamic MMX300 และ Audio-Technica ADG1X เสียงดีมากและมีความคมชัด แต่มีราคาค่อนข้างสูงและบางรุ่นไม่ได้รองรับไร้สาย ทำให้การใช้งานไม่สะดวกเท่าหูฟังไร้สาย

  • Razer Thresher Ultimate และ SteelSeries Arctis Nova Pro Wireless มีฟีเจอร์ไร้สายที่ดี แต่บางรุ่นก็มีราคาแพงและอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในราคาที่สมเหตุสมผล

โดยรวมแล้ว HyperX Cloud Alpha Wireless ให้คุณสมบัติที่ดีที่สุดในแง่ของการใช้งานระยะยาว, ความสะดวกสบาย, คุณภาพเสียง และการเชื่อมต่อที่เสถียร ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับหูฟังในรุ่นอื่นๆมากครับ

ใครที่ยังไม่มีเงินซื้ออาจจะเก็บเงินรอ หรืออาจจะ ถูกหวย ในงวดนี้ก็เป็นไปได้นะครับ!